งานบุญสาร์ทเดือนสิบ มีที่มาอย่างไร และทำไมต้องมีการชิงเปรต

งานบุญสาร์ทเดือนสิบ ช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงการทำบุญ งานบุญสาร์ทเดือนสิบ สำหรับครอบครัวที่มีกำลังคนพร้อม ก็อาจมีการเตรียมปอกมะพร้าวเคี่ยวน้ำมัน เพื่อไว้ทำขนมพอง ขนมลา ขนมไข่ปลา และขนมหูลู่ ซึ่งเป็นขนมสำคัญที่ใช้ในพิธีทำบุญวันสาร์ทเดือนสิบ หลายคนที่ไม่ใช่คนพื้นเพภาคใต้ ก็อาจจะมีความสงสัยว่าทำไมจะต้องมีขนมเหล่านี้ด้วย เรามาไขข้อข้องใจกับตำนานงานบุญวันสาร์ทเดือนสิบไปพร้อมกันเลย

 

ขนมเดือนสิบมีความหมายอะไร

เมื่อย่างเข้าเดือนสิบ หรือเดือน 10 ตามจันทรคติ ในความเชื่อของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ที่พระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ ก่อนจะเดินทางไปเจริญรุ่งเรืองที่สุโขทัย และจังหวัดอื่นๆ ตามลำดับ สำหรับประเพณีการทำบุญเดือนสิบ ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน ของชาวนครศรีธรรมราชนั้น มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาซึ่งเกี่ยวโยงกับชีวิตหลังความตายของบรรดาปู่ยา ตายาย หรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว บางคนตอนมีชีวิตอยู่ไม่ค่อยได้ทำบุญ หรืออาจจะมีการตระหนี่ ไม่ได้บริจาคทาน จึงทำให้เมื่อตายไป จึงไปเกิดเป็นเปรต และเมื่อเปรตที่ทำบาปด้วยการพูดไม่ดี จึงทำให้เกิดเป็นเปรตที่มีปากเท่ารูเข็ม ทำให้มีความอดอยากหิวโหย กินอาหารไม่ได้ เมื่อถึงกำหนดที่ยมโลกจะปล่อยให้ออกมารับส่วนบุญในช่วงต้นเดือนสิบ จนถึงปลายเดือนสิบ บรรดาลูกหลานจึงคิดทำขนมลา ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้ว จะเป็นเหมือนเส้นด้าย ซึ่งเหมาะที่จะใส่ปากเปรตได้พอดี นอกจากนี้เนื่องจากขนมลาเป็นแผ่นถักทอคล้ายผ้า ยังใช้แทนเสื้อผ้าให้เปรตได้ใช้นุ่งห่มด้วย

 

ขนมที่นิยมใช้ในการทำบุญสาร์ทเดือนสิบมีอะไรบ้าง

สำหรับขนมที่ใช้ในงานบุญเดือนสิบมีขนมอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

 

1.ขนมลา

ขนมลา เป็นเสมือนเสื้อผ้าที่ให้บรรพบุรุษใช้นุ่งห่ม

และใช้เป็นอาหารสำหรับเปรตที่เคยด่าพ่อแม่ ลบหลู่ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ หรือกล่าวร้ายบุคคลที่ควรยกไว้อย่างไร้ความเคารพย่ำเกรง

 

2.ขนมพอง

ใช้เป็นเสมือนเรือ แพ ที่ล่องลอยเพื่อข้ามห้วงมหรรณพ ไปยังอีกภพภูมิใหม่

 

3.ขนมไข่ปลาหรือขนมกง

ใช้แทนเครื่องประดับกำไล

 

4.ขนมหูลู่ หรือขนมดีซัม

ใช้เป็นเครื่องประดับแทนต่างหู

 

5.ขนมเทียน

ใช้แทนหมอน ซึ่งขนมเทียนจะทำด้วยแป้งข้าวเหนียวคนด้วยน้ำตาลโตนดและมะพร้าวอ่อน ห่อด้วยใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

 

การยกหมรับไปวัด

การยกหมรับ (อ่านควบ หมรับ) ไปวัดมี 2 ครั้งในเดือนสิบคือ หมรับเล็ก ทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่าวันรับ ตายาย

และในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่า วันส่งตายาย

บรรดาลูกหลานจะจัดหมรับไปวัด ทำบุญ เมื่อจัดอาหารถวายพระแล้ว อาหารส่วนหนึ่งจะนำไปวางที่ศาลากลางแจ้งรวมกัน เพื่อเซ่นไหว้ให้เปรตได้มากินกันอย่างทั่วหน้า ซึ่งหลังจากพระสงฆ์ทำพิธีเชิญเปรตให้มากินเสร็จแล้ว ก็จะเป็นคิวของลูกหลานที่จะได้ชิงอาหารบนศาลาเปรต ที่เรียกว่า ชิงเปรต เพื่อเอาอาหารที่เปรตกินแล้วคนละเล็กน้อยมากินเพื่อเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง และครอบครัว

 

การทำบุญวันสารทเดือนสิบ นอกจากจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษแล้ว ยังเป็นอุบายที่จะให้ลูกหลานอยู่ต่างถิ่นได้กลับมาทำบุญให้กับปุ่ย่า ตายายที่ล่วงลับหากบ้านไหนที่ลูกหลานไม่กลับไปทำบุญที่วัดบ้านเกิดในเดือน 10 ก็จะทำให้วิญญาณของปู่ย่าตายาย รอคอยอย่างผิดหวัง และอาจจะสาปแช่งลูกหลานให้ไม่มีความเจริญ ทำมาหากินไม่ขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ส่วนใหญ่ลูกหลานก็จะกลับไปทำบุญเดือนสิบกันทุกครอบครัว เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ : https://freechristiancontent.org

พิธีกรรม

รู้มั้ย ศาสนาสัมพันธ์กับชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันตาย

พิธีกรรม ชีวิตคนเรานั้นเกิดมาจากท้องแม่ ก็มีพิธีกรรมทางศาสนาเข้าเกี่ยวข้องอยู่ตลอดจนกระทั่งเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ จนกระทั่งถึงวัยชรา

อ่านต่อ »
พระสงฆ์

พระสงฆ์ ผู้นำในการพัฒนาจิตวิญญาณ ของฆราวาสจริงหรือ

พระสงฆ์ ความศรัทธาในตัว พระสงฆ์ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ด้วยความเชื่อของความเชื่อในพระพุทธศาสนาที่ว่าพระสงฆ์คือเป็นสืบทอดพระพุทธศาสนา

อ่านต่อ »
รู้ลมหายใจ

ชีวิตสั้นนัก ต้องรู้จักฝึกลมหายใจ

รู้ลมหายใจ ชีวิตคนเรานั้น มิอาจรู้ได้ว่าความตายจะเกิดขึ้นเมื่อใด การใช้ชีวิตในแต่ละวันจำเป็นต้องมีความตื่นรู้อยู่ทุกขณะ หากไม่ได้มีการรู้สติ

อ่านต่อ »
พิธีกรรม

รู้มั้ย ศาสนาสัมพันธ์กับชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันตาย

พิธีกรรม ชีวิตคนเรานั้นเกิดมาจากท้องแม่ ก็มีพิธีกรรมทางศาสนาเข้าเกี่ยวข้องอยู่ตลอดจนกระทั่งเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ จนกระทั่งถึงวัยชรา

อ่านต่อ »
พระสงฆ์

พระสงฆ์ ผู้นำในการพัฒนาจิตวิญญาณ ของฆราวาสจริงหรือ

พระสงฆ์ ความศรัทธาในตัว พระสงฆ์ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ด้วยความเชื่อของความเชื่อในพระพุทธศาสนาที่ว่าพระสงฆ์คือเป็นสืบทอดพระพุทธศาสนา

อ่านต่อ »
รู้ลมหายใจ

ชีวิตสั้นนัก ต้องรู้จักฝึกลมหายใจ

รู้ลมหายใจ ชีวิตคนเรานั้น มิอาจรู้ได้ว่าความตายจะเกิดขึ้นเมื่อใด การใช้ชีวิตในแต่ละวันจำเป็นต้องมีความตื่นรู้อยู่ทุกขณะ หากไม่ได้มีการรู้สติ

อ่านต่อ »